อย่างที่ทราบกันนะคะว่าการท่องเที่ยวล่องเรือสำราญในบางเส้นทางและบางโปรแกรมนั้นอาจจะใช้เวลายาวนานพอสมควร ยิ่งถ้าต้องเดินทางนานเป็นเดือน บางที ผู้รักสุขภาพอย่างเราๆ ก็แอบกังวลว่า ระหว่างที่อยู่บนเรือสำราญนานๆนั้น จะได้ออกกำลังกายเหมือนอยู่บ้านรึเปล่า  มีสถานที่และอุปกรณ์มั้ย  แล้วไหนจะเรื่องของอาหารการกินอีกล่ะ  โดยเฉพาะใครที่รับประทานอาหารควบคุมน้ำหนักหรือเมนูสุขภาพเป็นประจำ

บอกเลยว่า ความกังวลทั้งหมดนี้ ทางเรามีคำแนะนำดีๆ มานำเสนอให้ได้รับทราบเพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงระหว่างท่องเที่ยวล่องเรือสำราญค่ะ จะมีอะไรบ้าง ตามไปอ่านกัน

 

1. เมนูสุขภาพมีให้เลือกมากมายในห้องอาหารหลัก

สายเรือส่วนใหญ่มักจะมีบริการเรื่องของฟีดแบคด้านอาหารที่ผู้โดยสารรีเควสกันอยู่แล้วค่ะ ยิ่งถ้าเป็นเมนูทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ ก็จะมีทั้งเมนูทั่วไปกับอาหารมังสวิรัติ หรือมังสวิรัติไขมันต่ำไม่มีกลูเตนและน้ำตาล ที่ห้องอาหารหลักของเรือสำราญ บางสายเรือก็จะมีเมนูแยกให้ต่างหาก เราสามารถสังเกตได้ตรงเครื่องหมายและสัญลักษณ์เฉพาะบนจานอาหารในแต่ละมื้อ เรียกได้ว่า ทุกมื้อในห้องอาหารหลัก ก็มีทั้งอาหารทั่วไปควบคู่กับเมนูทางเลือกของคนรักสุขภาพให้เลือกหลากหลาย  นอกจากนี้ ในบางสายเรือเรายังสามารถรีเควสเมนูอาหารเพื่อสุขภาพแบบที่ชอบเป็นพิเศษล่วงหน้าก่อนเดินทางได้ด้วยนะคะ

 

2. ค้นหาข้อมูลร้านอาหารทางเลือกที่มีธีมเมนูสุขภาพบนเรือสำราญ

ขอยกตัวอย่าง เรือสำราญ Celebrity Cruises นะคะ  เพราะเป็นเรือสำราญลำแรกที่เปิด "Spa Cafe"   แบบเอาท์ดอร์บนดาดฟ้าของเรือ ที่นั่นเราสามารถรับประทานเมนูสุขภาพทั้งมื้ออาหารเช้าและอาหารกลางวันได้ โดยมีหลากหลายเมนูให้เลือก รวมถึงอาหารจานด่วนและของหวานเ เช่น โยเกิร์ตซันเดย์ไขมันต่ำ เป็นต้น แต่ราคาค่าอาหารของที่นี่ก็ค่อนข้างสูงพอสมควร  นอกจากนี้เรือสำราญอื่นๆของสายเรือ Celebrity ก็ยังมีอีกบริการที่น่าสนใจสำหรับคนรักสุขภาพ นั่นก็คือบริการนวดสปาแบบส่วนตัวในห้องพัก ที่ให้บริการทั้งสปาและอาหารสุขภาพ ตอนมื้อเช้า กลางวัน และ มื้อค่ำ ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ ยังมีห้องอาหารที่เน้นเมนูสุขภาพโดยเฉพาะขื่อว่า  Blu ด้วยค่ะ แต่ร้านนี้จะไม่มีบริการรูมเซอร์วิส ต้องออกไปทานในร้านเท่านั้น ที่สำคัญคือ เป็นห้องอาหารที่ให้บริการเฉพาะผู้โดยสารห้อง Suite Class เท่านั้นค่ะ

 

3. มองหาบาร์เครื่องดื่มกับน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ

เอาใจคนรักเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกันบ้างนะคะ ยกตัวอย่างที่โซนอาบแดดบนดาดฟ้าเรือสำราญ Royal Caribbean Cruises จะมีบาร์น้ำผลไม้ที่ให้บริการน้ำผลไม้สีสันสดใส รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทคอกเทลและมอคเทลด้วย ส่วนเรือสำราญของสายเรือ Crystal Cruise ก็มีบาร์ที่ให้บริการน้ำผลไม้กับเครื่องดื่มปั่น รวมถึงน้ำผักผลไม้ปั่น และน้ำพันช์ เพื่อสุขภาพที่เย็นฉ่ำชื่นใจ ให้เลือกอย่างหลากหลาย ในบรรยากาศสบายๆ บนดาดฟ้า นั่นก็คือ Palm Court บนเรือสำราญ Crystal Symphony กับ Crystal Serenity  ค่ะ

 

4. บริการสปาและฟิตเนต ที่มีการพัฒนาบริการอย่างดี

ปัจจุบันนี้ทุกสายเรือสำราญ ต้องมีพื้นที่ให้บริการออกกำลังกาย อย่าง ห้องยิม ฟิตเนส พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ทันสมัยที่ได้รับความนิยม เช่น อุปกรณ์เล่นพิลาทิส และอุปกรณ์คาร์ดิโอ ที่ยอดเยี่ยม บางที่ก็มีหน้าผาจำลองให้กลุ่มคนชอบกีฬาแนวแอดเวนเจอร์ด้วยค่ะ เท่านี้ยังไม่พอนะคะ ยังมีคลาสเรียนที่น่าสนใจ เช่น สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้งของ Crystal Cruises ในรูปแบบเอาท์ดอร์ ฟิตเนส การ์เด้น ที่ประกอบไปด้วยเครื่องออกกำลังกายทันสมัยครบครัน โดยบริษัท Norwell Outdoor Fitness ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสาธารณะในยุโรปนั่นเองค่ะ สายเฮลท์ตี้ไม่ควรพลาดเลยนะคะ  นอกจากนี้ สายเรือ Celebrity Cruises ก็ไม่น้อยหน้านะคะ เพราะได้จับมือกับพาร์ทเนอร์คือ Canyon Ranch เปิดสปาบนเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดเมื่อปี 2014 ที่ผ่านนี้

 

5. ทำกิจกรรมและออกกำลังกายให้เป็นกิจวัตร

ไม่ใช่แค่เหตุผลเรื่องสุขภาพเท่านั้นนะคะ แต่เป็นเพราะความน่าสนใจของกิจกรรมและอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ควรพลาดจริงๆ ค่ะ แต่ละอย่างมีทั้งความน่าตื่นเต้นสนุกสนานตลอดเวลาที่อยู่บนเรือสำราญ เช่น การฝึกขี่จักรยานในร่มหรือ Flywheel เล่นบาสเกตบอลในสนามแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์ สนามเล่นสเก็ตบอร์ด และกีฬาในน้ำสไตล์ สปอร์ต พูล ของสายเรือ Royal Caribbean Cruise หรือถ้าชอบการเต้นแบบเร้าใจก็จะเป็นสายเรือCelebrity Cruises ที่มีคลาสเต้นซุมบ้า รวมถึงมีปาร์ตี้การออกกำลังกายธีมซุมบ้าที่สนุกสนานมากด้วย เรียกได้ว่า แต่ละสายเรือยังมีกิจกรรมและโปรแกรมอื่นๆ ที่น่าสนใจในแต่ละวันให้เราได้มาร่วมทำอย่างสนุกสนาน รับรองว่าอยู่บนเรือนานแค่ไหนก็ไม่เบื่อแน่นอนค่ะ

 

6. กิจกรรมสำหรับคนรักสุขภาพที่เมืองชายฝั่ง

เมื่อมีการจอดหรือแวะเที่ยวเมืองชายฝั่ง เราก็มีกิจกรรมต่างๆ ให้ร่วมทำมากมาย สำหรับสายเฮลท์ตี้ เช่น การนอนอาบแดดบนชายหาดตลอดทั้งวันที่เกาะ Castaway Cay  หรืออาจจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการนั่งท่าโยคะพระอาทิตย์ทุกเช้า ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก  สำหรับสายเรือ Crystal Cruises ก็จะมีโปรแกรมชื่อว่า  "Running Running Site" นั่นก็คือกิจกรรมการวิ่งระยะทาง  5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางวิ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงาม เช่น วิ่งผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ สถาปัตยกรรม สวนสาธารณะ แต่ถ้าไม่ถนัดวิ่งก็มีกิจกรรมปั่นจักรยานด้วยนะคะ เป็นการปั่นไปตามเส้นทางจักรยานในเมืองท่องเที่ยวที่บรรยากาศดีมาก แล้วก็มีกีฬาทางน้ำด้วย เช่น พายเรือคายัค พายเรือแคนู  เรียกว่าทั้งได้เที่ยวแล้วก็ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

 

7. มีบริการสปาฝังเข็มและบริการเพื่อสุขภาพอื่นๆ ให้เลือกตามความชอบ

บริการสปาบนเรือสำราญส่วนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้บริการ จะเป็นการนวดสปากับการบำบัดด้วยสปา ที่เน้นด้านการดูแลสุขภาพและผ่อนคลายความเครียด แล้วก็ยังมีอีกเทรนด์มาแรงที่น่าสนใจมาก นั่นคือ สปาฝังเข็มเรกิและการนวดสำหรับใครที่มีอาการไขข้ออักเสบ ซึ่งหากจะพูดถึงสายเรือที่มีชื่อเสียงในเรื่องการให้บริการสปา สายเรือ Seabourn ก็ถูกจัดอันดับให้อยู่ในอันดับต้นๆ โดยมีบริการที่โดดเด่น ได้แก่ บริการอบซาวน่าแบบฟินแลนด์  บริการสปาวิลล่าสุดหรูที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และเตียงนอนแล่นอยู่ที่ระเบียงห้องพักส่วนตัว รวมถึงการนวดแผนไทยและสปาบำบัดด้วยค่ะ

ได้ทราบข้อมูลเหล่านี้แล้ว สายเฮลท์ตี้ผู้รักการเดินทางทุกคน คงคลายกังวลและสบายใจได้เลยนะคะว่า ต่อให้ต้องเดินทางใช้ชีวิตบนเรือสำราญนานแค่ไหน ก็แข็งแรงแน่นอนค่ะ