เส้นทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก มีความหลากหลาย และเป็นหนึ่งในเส้นทางยอดนิยมของยุโรป เรือสำราญจะล่องผ่านชายฝั่งทะเลเอเดรียติก เริ่มจากเวนิส อิตาลี ไปโครเอเชีย หมู่เกาะประเทศกรีซ และตุรกี บางเส้นจะลงไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ไซปรัส อิสราเอล และอียิปต์

 

ใครที่เหมาะกับการล่องเรือสำราญ แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

เส้นทางแถบทะเลเมดิเตอเรเนียนตะวันออก เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบทะเล ชายหาด เมืองตากอากาศ และเมืองที่มีประวัติศาสตร์โบราณ วัฒนธรรมเก่าแก่ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

 

ช่วงเวลาที่ดีที่สุด สำหรับการล่องเรือสำราญ แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

ฤดูล่องเรือสำราญที่เป็นไฮท์ซีซั่น จะเป็นช่วงฤดูร้อน เดือนมิถุนายน ถึงกันยายน อากาศร้อน เฉลี่ยประมาณ 24-29 องศา นักท่องเที่ยวหนาแน่น ท้องฟ้าสดใส ถ่ายภาพสวย แต่ท่องเที่ยวเส้นทางนี้ จะเริ่มต้นตั้งแต่ปลายเมษายน ไปจนถึงตุลาคม ช่วงต้นและปลายฤดู เป็นใบไม้ผลิกับใบไม้เปลี่ยนสี จะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า ราคาดีกว่า และคนน้อยกว่า

 

สายเรือสำราญที่ให้บริการเส้นทางท่องเที่ยว แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

เกือบจะทุกสายเรือ Royal Caribbean, Disney, Holland America, Princess และเรือหรูทุกสาย Regent Seven Seas, Crystal, Silversea, and Seabourn รวมถึงเรือพรีเมียม Azamara, Oceania, Celebrity

 

เส้นทางล่องเรือสำราญ แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

เรือสำราญลำใหญ่ มักจะออกจากท่าเรือหลักในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก ซึ่งได้แก่ เวนิส เอเธนส์ และอิสตันบูล แวะเส้นทางในเมืองโบราณที่เน้นประวัติศาสตร์ หรือเน้นเพื่อการพักผ่อน เที่ยวเกาะต่างๆ ของกรีซ โดยปกติจะมีระยะเวลาล่องเรือตั้งแต่ 7 คืน ไปจนถึงมากกว่า 20 คืน 

 

ท่าเรือไฮไลท์ เส้นทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

เที่ยวเวนิส Vanice อิตาลี

เมืองเวนิส Venice หรือเมืองเวเนเซีย Venezia ตามภาษาอิตาเลียน เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคนไทย และถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะมาเยือนสักครั้งในชีวิต เวนิสเป็นเมืองที่มีบรรยากาศสวย และโรแมนติกมากที่สุดแห่งนึงของโลก เปรียบเสมือนห้องรับแขกของทวีปยุโรป ต้อนรับนักท่องเที่ยวปีละ มากกว่า 30 ล้านคน โดยองค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกตั้งแต่ปี 1987

แกรนด์คาแนล Grand Canal

แกรนด์คาแนล เป็นคลองที่มีชื่อเสียงที่สุดของเวนิสในด้านการท่องเที่ยวจ้า มาที่นี่แล้วที่พลาดไม่ได้เลยคือการล่องเรือกอนโดล่า เพราะริมคลองมีทางเดินอยู่เพียงเล็กน้อย การสัญจรทางเรือจึงเป็นที่นิยมมากค่ะ และในสมัยก่อนนั้น เรือสินค้าขนาดใหญ่ต้องใช้คนพายหลายคน เมื่อสินค้ามาถึงยังเกาะเวนิสก็ต้องมีการแบ่งสินค้าและถ่ายเทไปแจกจ่ายค้าขายทั่วทั้งเกาะ แต่พื้นที่บางจุดถูกตัดขาดและไม่มีสะพานเชื่อมต่อ จึงต้องนำสินค้าขนใส่เรือแจวลำเล็กเรือกอนโดลา นั่นเองค่ะ

และในปัจจุบันเรือกอนโดลาก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของเวนิสไปเป็นที่เรียบร้อย ล่องเรือเพลินๆ กับคลองที่มีความยาวประมาณ 3,800 เมตร และมีความกว้างประมาณ 30-90 เมตร ที่นี่อากาศดี และบ้านเมืองสะอาดตามากค่ะ ชมบ้านเรือนสวยๆ สีสรรหลากหลาย แต่ยังคงรูปแบบเดิมอายุหลายร้อยปีไว้อย่างดี ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญระดับโลกเกือบทั้งหมดของเมือง ทั้งพระราชวังและโบสถ์และสถาปัตยกรรมที่งดงามเรียงรายอยู่ริมฝั่งคลอง รับรองว่าจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะต้องหลงรักอย่างแน่นอนนเลยค่า

shutterstock_245507851

shutterstock_185952380

 

เที่ยวดูบรอฟนิก Dubrovnik โครเอเชีย

ไฮไลท์ที่น่าสนใจ จะเป็นเมืองเก่า Old Town Dubrovnik ที่ถูกโอบล้อมด้วยกำแพงโบราณที่สูงตระหง่าน และมีความยาวถึง 2 กิโลเมตร อยู่ตรงบริเวณพื้นที่ริมทะเลอาเดรียติก แนวหลังคาสีส้มตระหง่านไปทั้งเมืองเก่า เป็นเขตชุมชนเริ่มแรกที่บรรพบุรุษชาวดูบรอฟนิกมาสร้างบ้านเมืองไว้ในศตวรรษที่ 7 และสร้างกำแพงเมืองที่แข็งแรงล้อมเมืองไว้ในศตวรรษที่ 13 เป็นกำแพงที่สมบูรณ์และแข็งแกร่งมากค่ะ บนกำแพงมีทั้งหอคอยและป้อมปราการเพื่อป้องกันภัยจากศัตรู เช่น ชาวอาหรับและชาวเวนิซ ที่เป็นคู่แค้นกันมานานแสนนาน องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองเก่าแห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 และยังถูกใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Game of thrones อีกด้วยนะคะ เยี่ยมเล้ยยย!

shutterstock_238230814

shutterstock_273694439

 

เที่ยวคอร์ฟู (Corfu)

เมืองเกาะเล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียง 593 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางภาคตะวันตกของกรีซ เห็นเล็กๆ แบบนี้ จิ๋วแต่แจ๋วนะคะขอบอกกก เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของกรีซ และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี 2007 อีกด้วยค่า เป็นยังไงล่า แค่เริ่มก็ไม่ธรรมดาซะแล้วว

หาดทรายสีขาวอันโด่งดังยาวเป็นแนวหลายกิโลเมตร น้ำทะเลสีฟ้าคราม โดยในช่วงหน้าร้อนจะคึกคักเป็นพิเศษค่ะ ผู้คนจะมาพักผ่อนกันริมชายหาด นอนอาบแดด อ่านหนังสือ ปิกนิก ดำน้ำ ล่องเรือสำราญ หรือจะขับรถชมวิวรอบเมือง ในช่วงฤดูหนาวจะเห็นต้นมะกอกซึ่งเป็นต้นไม้ที่สำคัญของกรีซตลอด 2 ข้างทาง ชมป้อมปราการเก่า พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ชมวิวบนภูเขาเห็นขอบฟ้าไกลสุดลูกหูลูกตา อู๊ยยยย มาที่นี่เพลินไม่มีเบื่อค่า กิจกรรมเยอะมว้ากกกก

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีร้านอาหารมากมาย ที่สำคัญคือ อร่อย (ชอบตรงนี้ >,< 555) มีสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ ได้รับอิทธิพลมาจากอิตาลี ฝรั่งเศสและอังกฤษ ซึ่งมาผสมผสานกับกรีกได้อย่างลงตัวและทันสมัย เข้ากั๊นเข้ากันสุดๆ เลยค่ะ และยังเป็นเมืองท่าที่มีป้อมปราการของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บางส่วนก็ถูกกัดเซาะจากน้ำและลมทะเลไปบ้างแล้ว แต่ตัวป้อมได้รับการบูรณะมาเป็นอย่างดี ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมต่างๆ

เกาะคอร์ฟูนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มาได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คู่รัก ครอบครัว รับรองว่าใครมาจะต้องหลงเสน่ห์จนต้องกลับมาอีกรอบแน่นอนค่า ^0^

 

เที่ยวกรุงเอเธนส์ (Athens)

เอเธนส์ ชื่อนี้ ใครหลายๆ คนจะต้องเคยได้ยินกันอย่างแน่นอนใช่ม้า เพราะเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลก มีประวัติมายาวนานหลายพันปี เป็นแหล่งกำเนิดและจุดเริ่มต้นของอารยธรรมตะวันตก และเป็นต้นกำเนิดของประชาธิปไตย โดยตั้งชื่อเมืองตามอาธีนา เทพเจ้าที่ชาวกรีกนับถือ แต่กว่าจะได้ชื่อนี้มานั้นไม่ใช่ง่ายๆ นะค้า ตามตำนานได้บอกไว้ว่า

ตั้งแต่สร้างเสร็จใหม่ๆ เมืองนี้ยังไม่มีชื่อและเทพเจ้าประจำเมืองที่จะคอยคุ้มครองปกป้องและเป็นที่พึ่งทางใจให้กับชาวเมือง เหล่าเทพและเทพีจึงมาแข่งขันกันเพื่อชิงตำแหน่งเทพเจ้าประจำเมืองกันมากมายค่ะ สุดท้ายก็เหลือเพียง 2 องค์คือ เทพเจ้าโพไซดอน (Poseidon) เทพแห่งมหาสมุทร และ เทพีอะธีน่า (Athena) เทพีแห่งปัญญา และได้ให้เทพเจ้าซุส (Zeus) ผู้เป็นราชาของเทพเจ้าทั้งหมดมาตัดสิน โดยให้เนรมิตของ 1 อย่างแก่ชาวเมือง และให้ชาวเมืองเลือกกันเองว่าจะให้ใครเป็นเทพเจ้าประจำเมือง

เทพเจ้าโพไซดอนจึงสร้างม้าขึ้นมา ชาวเมืองก็พากันชื่นชมกันยกใหญ่ ส่วนเทพีอะธีน่าได้เนรมิตต้นมะกอกขึ้นมา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน และยังเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ ในขณะที่ม้าดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของสงครามซะมากกว่า ชาวเมืองจึงพร้อมใจกันยกให้เทพีเป็นผู้ชนะและตกลงใช้ชื่อเมืองว่า เอเธนส์ ตามชื่อของเทพีอะธีน่านั่นเองค่า และมะกอกก็กลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญอันดับหนึ่งของกรีซมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาได้สร้างมหาวิหารขึ้นเพื่อบูชาเทพีเอธีน่า คือ วิหารพาเธนอน สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรีซ อยู่ที่อะโครโปลิส (The Acropolis) ป้อมปราการที่อยู่บนเทือกเขาสูง ตั้งอยู่บนหินที่โผล่ขึ้นมาเหนือเมืองเอเธนส์ และได้สร้างรูปปั้นเอธีน่าไว้ภายในมหาวิหาร แต่ก็ได้หายไปในยุคไบแซนไทน์ค่ะ

ซึ่งในยุคเกือบ 3000 ปี การสร้างสถาปัตยกรรมที่งดงามและสมบูรณ์ได้ขนาดนี้ ถือว่าสุดยอดมากก 10 10 10 ไปเลยค่า แสดงให้เห็นถึงความสามารถของสถาปนิกในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี พ.ศ. 2530 ด้วยนะค้า ถ้าใครมาถึงเอเธนส์แล้ว ขอบอกว่าห้ามพลาดเด็ดขาดเลย

 

เที่ยวเกาะซานโตรินี (Santorini)

เฮือกกกกก ที่นี่ที่ไหน เหตุใดจึงสวยขนาดดดดดนี้~ คำตอบคือ เกาะซานโตรินี่ค่าา (ถามเองตอบเอง 555) เป็นเกาะที่ดังมากๆ ของกรีซ อยู่บนเกาะตอนใต้ของทะเลอีเจียน เกิดจากภูเขาไฟขนาดใหญ่ระเบิดขึ้น และปิ๊ง! แตกออกมาเป็นเกาะค่ะ *0*

จุดเด่นของเกาะแห่งนี้อยู่ตรงบ้านเรือนสีขาวสะอาดตา ที่มองแล้วช่างสบายใจ เป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมาก รูปทรงแปลกตา ตั้งอยู่บนเชิงเขาที่สูงชัน มีทั้งหาดทราย เมืองโบราณ โบสถ์ยอดโดมสีน้ำเงิน วิวทิวทัศน์แจ่มๆ เป็นสถานที่พักผ่อนที่แสนจะโรแมนติก ผู้คนจึงนิยมมาจัดงานแต่งงานกันที่นี่ค่า และยังถูกจัดอยู่ในรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่บรรดานักท่องเที่ยวอยากมาที่สุดอีกด้วยย

และเมืองที่อยากจะนำเสนอสุดๆ ก็คือ ฟิรา (Fira) เมืองหลวงของซานโตรินี ถือเป็นสถานที่ที่งดงามและดีที่สุดของหมู่บ้านและเมืองทั้งหมดในเกาะเลย อยู่ตามขอบของหน้าผา สูงราว 400 เมตร สามารถมองเห็นวิวของชายฝั่งและทะเลอีเจียน โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตกดิน เมืองทั้งเมืองถูกอาบไปด้วยแสงสีทองของพระอาทิตย์ แม่คุณเอ้ยยย สวยจนแทบหยุดหายใจกันเลยทีเดียวววค่า

ที่นี่เป็นแหล่งการค้าที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดของเกาะค่ะ เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านจิวเวอรี่ บาร์ ไนท์คลับ คาเฟ่ โรงแรม เรียกได้ว่าเพลินลืมมมม 5555

และกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอีกอย่างก็คือ การชมพระอาทิตย์ตกที่หมู่บ้านเอีย (Oia) ค่า เป็นสถานที่ที่เงียบสงบและมีเสน่ห์มากกก จัดเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดบนเกาะเลยค่ะ บ้านเรือนสวยงาม อาบน้ำอาบแดดที่ระเบียงได้ ฟินเฟร่อออ มีพิพิธภัณฑ์ และงานศิลปะให้ชม และที่นี่เค้าบอกว่า อาหารทะเลสดมากอีกด้วย หุหุ ^0^

  

เที่ยวมิโคนอส (Mykonos)

มิโคนอส เกาะที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของหมู่บ้านและน้ำทะเลที่ใสปิ๊งๆ อาคารบ้านเรือนสีขาวสะอาด ตัดกับประตูหน้าต่างสีฟ้าสดใส

กิจกรรมยอดฮิตบนเกาะนี้ก็คือ การดำน้ำลึก พายเรือ เล่นวินเซิร์ฟ ขี่เจ็ตสกี หรือจะนั่งชิลๆ ชมวิวทะเล เซลฟี่เก๋ๆ ก็ได้ค่ะ อิอิ

ถนนของที่นี่จะ เหมือนเขาวงกตเล็กๆ เดินไปตอนแรกเหมือนจะหลง แต่สักพักจะพบว่าถนนทุกสายนั้นได้เวียนมาบรรจบเป็นเส้นเดียวกันค่า หรือถ้าหลงจริงๆ ก็ไม่กลัว เพราะทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่เต็มไปโม้ดดด อาหารท้องถิ่นแสนอร่อย มีร้านให้เลือกนับไม่ถ้วน เดินได้ทั้งวันอะพูดเลย 5555

พอตกกลางคืนผู้คนจะแห่มาที่บาร์หรือไนท์คลับที่มีอยู่เยอะมากก สถานบันเทิงที่นี่เค้าก็ดังค่ะ เปิดเพลงดัง.. อะไม่ช่ายยย ดังในเรื่องความน่าตื่นเต้นและเป็นที่นิยมของชาวสีม่วง มานั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ เมาท์มอยกับเพื่อนฝูง เค้าบอกว่าขนาดมาคนเดียวยังได้เพื่อนใหม่กลับไปเลยค่า สามารถนั่งได้จนถึงเช้าเลย

และอย่าลืมแวะมาที่กังหันลมมิโคนอส อยู่บนเนินเขาสูงของเมือง โดดเด่นมองเห็นมาแต่ไกล มีอายุกว่า 400 ปี ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งมิโคนอส คือถ้ามาแล้วไม่ได้แชะภาพกลับไป ก็เหมือนมาไม่ถึงนั่นเองค่า

การเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ บนเกาะนั้นมีทั้งเดินเท้า แท็กซี่ เช่ารถ สกู๊ตเตอร์ จักรยาน หรือจะนั่งรถประจำทางก็มีให้บริการตลอด แถมไม่แพงด้วย ^^ โดยช่วงที่เหมาะแก่การมาเที่ยวที่สุดคือระหว่างเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน เพราะอากาศกำลังอุ่นพอดีและชายหาดก็ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านมากค่ะ

 

เที่ยวกรุงเยรูซาเลม (Ashdod) อิสราเอล

เที่ยวเยรูซาเลม เมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอิสราเอล และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นเมืองต้นกำเนิดของศาสนาคริสต์ ได้มีเหตุการณ์ที่สำคัญหลายอย่างของพระเยซูเกิดขึ้นที่นี่ และยังถือเป็นดินแดนสำคัญสำหรับชาวมุสลิม ที่เชื่อว่าเป็นเมืองที่นบีมุฮัมมัดถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์ด้วยค่ะ กรุงเยรูซาเลมจึงมีความสำคัญมากสำหรับชาวอิสราเอล และคนทั่วโลก โดยคำว่าเยรูซาเล็ม แปลว่า มรดกแห่งสันติภาพ

ถึงแม้จะมีความขัดแย้งเกี่ยวพันกับ 3 ศาสนา คือ ศาสนายูดาห์ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลามมาเนิ่นนาน ทั้งในเรื่องการเมือง ศาสนา ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และความคิด ทำให้เป็นเมืองที่ถูกยื้อแย่งกันมายาวนานที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันชาวเมืองก็ยังอยู่ด้วยกันได้ ภายในเมืองมีสถานที่สำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และศาสนาหลายแห่ง ใครได้มาเยือนห้ามพลาดเลยนะคะ เช่น

ดมแห่งศิลา หรือ โดมสีทอง (Dome of the Rock) เป็นศาสนสถานที่สำคัญของศาสนาอิสลาม สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.687 – 691 ตั้งอยู่กลางเมือง สวยงามและยิ่งใหญ่มากๆ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างของอิสลามที่เก่าที่สุดในโลก และโดดเด่นที่สุดในกรุงเยรูซาเลมอีกด้วยค่า

 

กำแพงร้องไห้ (Wailling Wall) กำแพงสูงใหญ่ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญที่สุดของชาวยิวและคริสต์ศาสนิกชน เป็นสัญลักษณ์ของการได้หวนกลับมาสู่อิสราเอล และเพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษของตนที่ต้องอพยพไปจากดินแดนนี้ค่ะ

ชาวยิวจะพากันมาสวดภาวนา ระบายความทุกข์ใจ และร้องไห้ที่กำแพงเป็นประจำ โดยตามซอกกำแพงจะเต็มไปด้วยกระดาษที่เขียนคำอธิษฐานถึงพระเจ้า เหมือนกับว่าที่ตรงนี้สามารถสื่อสารกับพระเจ้าได้ชัดที่สุด โดยชาวยิวเองมีความเชื่อว่า ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน แต่ในชีวิตต้องเดินทางมาเยี่ยมกำแพงแห่งนี้ให้ได้สักครั้งก่อนสิ้นลมค่ะ

 

เที่ยวทะเลสาบเดดซี (Dead sea)

ทะเลสาบเดดซี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก และเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกที่สุดยอด และน่าประทับใจมากอีกด้วยค่าาา

เพราะนอกจากจะถูกบันทึกไว้ว่า เป็นจุดที่ต่ำที่สุดของโลก ด้วยความลึกถึง 400 เมตรแล้ว น้ำทะเลของที่นี่ยังมีความเค็มมากกว่าทะเลทั่วไปถึง 6 เท่า! ใครเคยลองชิมคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เค็มจนขมปาก 555 ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในน้ำเลยค่ะ และความเข้มข้นของแร่ธาตุต่างๆ นี้เอง ทำให้เกิดความหนาแน่นมากจนเกิดเป็นไฮไลท์เด็ดของที่นี่ ก็คืออออ สามารถนอนลอยตัวในน้ำได้!! ว้าววววววว ตัวหนักแค่ไหนก็ไม่จม ลอยตุ๊บป่องๆ ได้อย่างสบายเลยค่าาา >,<

 

เที่ยวเมืองไฮฟา (Haifa)

ไฮฟา เมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล อยู่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญและงดงามที่สุดในแถบตะวันออกกลางเลยค่า มีท่าเรือที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เป็นจุดศูนย์กลางของศาสนาบาไฮต์ และยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความไฮเทคระดับโลกด้วยนะคะ เพราะเป็นศูนย์กลางพัฒนาในด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี บริษัทชั้นนำหลายแห่งของโลกจึงมาตั้งฐานทัพที่นี่ค่ะ ทั้ง Google, Yahoo, Microsoft, IBM, Volvo และอีกมากมาย อู้หูวววว สุดยอดไปเลยยย

ในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวเขาก็ไม่ธรรมดานะจ๊าา ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ สวนบาไฮการ์เดน (Baha’i Garden) ขึ้นชื่อว่าเป็นสวนที่สวยงามอลังการมากกกก ตกแต่งได้อย่างสมบูรณ์และลงตัวฝุดๆ บรรยากาศนี่แบบว่าเหมือนสวรรค์บนดินดีๆ นี่เอง มีสวนระเบียงดอกไม้ที่ยื่นออกมา 19 ชั้น ลดหลั่นลงมาตามลาดเขาเป็นขั้นบันไดทั้งหมด 1,700 ขั้น ความยาวเกือบ 1.6 กิโลเมตร! อื้อหืออ มีใครให้มากกว่านี้ไหมคะ? 5555 มองลงไปจะเห็นวิวของเมืองไฮฟา และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแบบเต็มๆ สวยเว่อร์ อากาศก็ดี เงียบสงบไม่วุ่นวาย ดีต่อใจ~ >3<

 

เที่ยวเมืองอิสตันบูล ตุรกี

ตุรกีเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีดินแดนอยู่ในสองทวีป ยุโรปและเอเชีย อิสตันบูลเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและประชากรหนาแน่นที่สุด เป็นเมือง 3 จักรวรรดิ มีทั้งวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก ผสมผสานทั้งโบสถ์ และมัสยิด มีวิหารเซนต์โซเฟีย และสุเหร่าสีฟ้า เป็นไฮไลท์

 

เที่ยวอียิปต์

ชมพีระมิดอันยิ่งใหญ่ แต่ช่วงหลายปีมานี้ มีก่อการร้ายบ่อย อาจจะยังไม่ค่อยปลอดภัยในการเดินทางไปเที่ยว