ทำไมต้องเลือก Silver Muse? คำตอบก็คือ เพราเป็นเรือสำราญที่มีจุดเด่นในระหว่างล่องเรือเดินทางไปในทะเล อย่างสมบูรณ์แบบด้วยความบันเทิงและห้องอาหารที่หรูหราทันสมัย  มีบริการเฉพาะบุคคลอันน่าประทับใจกับห้องสวีทขนาดใหญ่รวมถึงปลายทางที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์สุดหรูให้กับทุกท่าน

ภาพรวมของเรือสำราญ Silver Muse

Silver Muse เป็นเรือสำราญใหม่ล่าสุดของสายเรือ Silver Muse ที่เปิดตั้วครั้งแรก ในปี 2017 และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยความที่เป็นสำราญขนาดใหญ่สุดหรูหรา ภายใต้คอนเซป “European luxury “ สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 596 คน  มีจุดเด่นอยู่ที่ความเงียบและนุ่มนวลระหว่างล่องไปในทะเล โทนสีของเรือสำราญเน้นสีน้ำตาล สีเบจ สีครีม ในส่วนของวัสดุตกแต่งภายในที่ใช้ ก็มีการออกแบบอย่างสวยงาม หรูหราและมีสีสัน ไม่ว่าจะเป็น ห้องพัก ห้องอาหาร ตลอดจนพื้นที่สาธารณะต่างๆบนเรือ

Silver Muse ให้ความ รู้สึกเหมือนเป็นโรงแรมสุดหรูที่ลอยอยู่กลางทะเล มีบันไดตรงกลางที่ออกแบบอย่างน่ารักและบันไดสองแห่งที่คดเคี้ยวไปมาจากด้านล่างจนถึงด้านบนและทางเดินอันกว้าง โปร่ง โล่งสบาย ทุกๆพื้นที่ภายใน จะทำให้นักท่องเที่ยวทุกท่านต้องร้อง "ว้าว!" ด้วยความตื่นตาตื่นใจ ท่ามกลางบรรยากาศของเรือสำราญที่สง่างามและเงียบสงบ เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างแท้จริง

ห้องพักของ Silver Muse เช่นห้องสวีท มีจุดเด่นอยู่ตรงความกว้างของห้อง แม้แต่ประเภทที่เล็กที่สุดก็มีขนาดเกือบ 400 ตารางฟุต อีกทั้งยังมีระเบียงส่วนตัวทุกห้องด้วย สำหรับอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีมากมายที่นักเดินทางสมัยใหม่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เก็บของขนาดกว้างขวาง ตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอิน โคลเซ็ทที่ออกแบบอย่างสวยงาม ของใช้ในห้องน้ำก็ล้วนแต่หรูหรา ใช้แบรนด์ระดับไฮเอนด์ ที่สำคัญคือความสงบเงียบและเป็นส่วนตัวของห้องพักทุกห้อง

ในส่วนของพื้นที่สาธารณะ เช่น สระว่ายน้ำหลักขนาดใหญ่ นอกจากจะลงไปว่ายน้ำออกกำลังกายได้แล้ว ด้านบนก็เป็นพื้นที่นั่งเล่น นอนเล่น พักผ่อนแบบสบายๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีอาหารว่างบริการ อย่าง พิซซ่าและเบอร์เกอร์  เหมาะสำหรับวัน sea day  นอกจากนี้บนเรือสำราญ Silver Muse ก็ยังมีพื้นที่กลางแจ้งสำหรับนั่งเล่นชิลๆอีกหลายแห่ง ทั้งด้านหลังของดาดฟ้าชั้น 7,8 และ 9

บริการสปาที่ Silver Muse ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวหลายท่านชื่นชอบ แต่บริการที่นี่อาจจะไม่ได้เน้นความหรูหราเหมือนบริการด้านอื่นๆบนเรือมากนัก ส่วนใหญ่เป็นการนวดสปาร้อนขนาดเล็ก  สปาบำบัด ทรีทเม้นท์พร้อมด้วย ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เหล่านี้เป็นต้น

อีกหนึ่งความน่าสนใจที่ไม่ควรพลาดสำหรับเรือสำราญ Silver Muse ก็คือห้องอาหาร ที่มีแนวความคิดในการออกแบบตกแต่งร้านอาหารให้มีบรรยากาศต่างกัน ทั้งหมด  8 แห่ง เมนูอาหารแต่ละวัน ในแต่ละห้องอาหารก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้กล่าวถึงอย่างละเอียดในหัวข้อของห้องอาหาร

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรือสำราญ  Silver Muse ส่วนใหญ่คือกลุ่ม boomer  นั่นก็คือวัยผู้ใหญ่และวัยเกษียณนั่นเอง เช่น ตำรวจตระเวนชายแดนอายุ 55 ปีขึ้นไปที่เกษียณแล้วและต้องการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน  กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และอาจจะมีชาวบริติชกับชาวออสซี่ บ้างเช่นกัน เป็นกลุ่มคนที่มีฐานะค่อนข้างดีและร่ำรวย แต่ก็ชอบความเป็นกันเองและบรรยากาศสบายๆ ทางเรือสำราญยินดีต้อนรับเด็กๆ หรือกลุ่มที่มาเป็นครอบครัว หากก็พบว่ายังมีค่อนข้างน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด

รายละเอียดห้องพักบนเรือสำราญ Silver Muse

ห้องพักทั้งหมดบนเรือสำราญ  Silver Muse เป็นห้องสวีทและทุกห้องมีระเบียงส่วนตัวขนาดกว้างขวาง ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลเทาและครีม พร้อมทั้งผ้าม่านผืนหนาและหมอนนุ่มๆ ห้องสวีททุกห้องประกอบด้วย ห้องนอนพร้อมเตียงแฝดซึ่งสามารถรวมกันเป็นเตียงขนาดควีนไซส์หรือเตียงคิงไซส์และที่นอน Matermoll  ผ้าปูที่นอน Pratesi กับผ้าห่มนวมและหมอน มีพื้นที่นั่งเล่นแยกต่างหาก และมีความแตกต่างกันตามแต่ละประเภทของห้องสวีท  มีโซฟา โต๊ะเขียนหนังสือ โต๊ะหินอ่อนและเก้าอี้ ตู้เย็น มินิบาร์พร้อมด้วยเครื่องดื่มรายการโปรดของท่าน  มีชุดคลุมอาบน้ำ รองเท้าแตะใส่เดินใรห้อง กล้องส่องทางไกล และร่มเพื่อใช้ในระหว่างการล่องเรือ มีพื้นที่ลิ้นชักตู้เสื้อผ้าแบบวอล์คอิน โคลเซ็ทพร้อมตู้นิรภัยส่วนบุคคลและที่เก็บของใต้เตียง

นอกจากนี้ ยังมี Port USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์  รวมถึงที่ชาร์ต โทรศัพท์มือถือ เครื่องเป่าผมและทีวี HD แบบจอแบนอย่างน้อยสองเครื่อง ซึ่งมีไลบรารีไฟล์ต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ เพลง รวมอยู่ในแต่ละห้อง ทีวีจะฝังอยู่ในกระจกซึ่งค่อนข้างดูหรูหราดี แต่ทำให้เกิดปัญหากับสายตาเล็กน้อยในการรับชม การมองเห็นทีวีเมื่อเปิดไฟอยู่ในห้องพักบางครั้งก็มีแสงจ้าอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแค่ทีวีเท่านั้น เพราะ ห้องพักทั้งหมดยังมีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี  ทว่าก็มีข้อจำกัดและเงื่อนไขในการใช้ ต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทย่อยของแต่ละห้อง

สำหรับห้องน้ำ วัสดุภายในเป็นหินอ่อนเต็มรูปแบบ ประกอบด้วยอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และห้องอาบน้ำแยกต่างหากมีโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ในนั้นพร้อม อ่างอาบน้ำเป็นแบบน้ำวนที่เลือกปรับระดับได้ตามความต้องการ  ห้องอาบน้ำส่วนตัวมีฝักบัวแบบ Rainfall และเครื่องเป่าผม ผู้เข้าพักสามารถเลือกสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการอาบน้ำจาก Bulgari รวมถึงแบรนด์ในยุโรปอื่นๆ ที่ล้วนแต่เป็นแบรนด์เนมไฮเอนด์หรูหราได้อย่างหลากหลาย

ที่ระเบียงส่วนตัว จะมีเฟอร์นิเจอร์ไม้สักทั้งโต๊ะเก้าอี้ ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของห้องรวมทั้งประตูกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน

ทุกห้องมีบริการพ่อบ้านส่วนตัวหรือบัทเลอร์ ที่จะคอยให้การต้อนรับและทำหน้าที่เพื่อบริการทุกท่านอย่างน่าประทับใจตั้งแต่เดินทางมาถึง รวมทั้งช่วยให้คุณเลือกสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำ ช่วยแพ็คและแกะกล่องทำอาหารเย็น รวมถึงการจองสปา การดูแลมินิบาร์ให้เติมเต็มทุกวัน และผลไม้สดที่สามารถขอได้ถ้าต้องการ

Balcony: เป็นห้องสวีทระดับเริ่มต้น ประกอบด้วยห้องชุด 3 แบบ มีขนาด 387 ตารางฟุต (รวมระเบียงส่วนตัวขนาด 64 ตารางฟุต) โดยมีทำเลที่ตั้งที่แตกต่างกัน แบบแรกคือ ห้อง Classic Veranda Suites ตั้งอยู่บนชั้น 5 และ 6 ที่ด้านหน้าของเรือ แบบที่สอง ห้อง Superior Veranda Suites ตั้งอยู่บนชั้น 7, 8 และ 9 ด้านหน้าเรือ และแบบที่สาม  Deluxe Veranda Suites ตั้งอยู่บนชั้น 6, 7 และ 8 ทุกห้องมีพื้นที่นั่งเล่นสามารถแยกออกจากห้องนอนได้ด้วยการเปิดปิดผ้าม่าน ระเบียง แต่ละห้องมีเก้าอี้โซฟา 2 ตัว เก้าอี้หวายสีขาว 2 ตัวและโต๊ะขนาดใหญ่พอที่จะใช้รับประทานอาหารได้ นอกจากนี้ยังได้รับอินเทอร์เน็ตฟรีหนึ่งชั่วโมงต่อคนต่อวันด้วย

Silver Suite : ห้อง Silver Suite มีขนาดใหญ่กว่า 786 ตารางฟุต  มีทั้งหมด 34 ห้องกระจายอยู่ทั่วชั้น 9, 10 และ 11 และยังมีห้องประเภท Two Silver Suites ประกอบด้วยห้องนอน 2 ห้องที่ออกแบบมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัวและเป็นกลุ่มเพื่อนๆ ที่มาด้วยกัน ขนาดโดยรวม ประมาณ  1,119 ตารางฟุต ห้อง Silver Suites ทั้งหมดจะมีโซฟาที่ปรับเปลี่ยนได้  ห้องนอนแบบ 1 ห้อง แยกเป็นสัดส่วนจากพื้นที่นั่งเล่นขนาดใหญ่พร้อมด้วยที่นอนและเก้าอี้ผ้าบุนวม ห้องน้ำขนาดใหญ่มีฝักบัวอาบน้ำและโต๊ะเครื่องแป้งแบบคู่

สำหรับห้องนอนแบบ 2  ห้อง ประกอบด้วยห้องน้ำในตัวเต็มรูปแบบพร้อมห้องอาบน้ำฝักบัวและอ่างอาบน้ำแยกเป็นสัดส่วน มีพื้นที่นั่งเล่นขนาดเล็กและตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอิน โคลเซ็ท กับระเบียงส่วนตัวขนาด 129 ตารางเมตร ซึ่งห้องแบบ 1 ห้องนอนก็มีระเบียงขนาดเท่ากัน แต่ละห้องมีเก้าอี้เลานจ์ 1 ตัวเก้าอี้ 2 ตัวและโต๊ะขนาดใหญ่ 2 ตัว ผู้เข้าพักในห้อง Silver Suites สามารถขึ้นไปรับอินเทอร์เน็ตฟรีไม่ จำกัด อีกทั้งยังมีบริการซักรีด ซักแห้งฟรี รวมถึงอาหารว่างอย่างคานาเป้ที่นำมาเสิร์ฟทุกๆยามบ่ายโดยบัทเลอร์ส่วนตัวนั่นเอง

Royal Suite: ผู้เข้าพักสามารถเลือกได้ว่า จะเป็นห้องแบบ  1 หรือ 2 ห้องนอนเมื่อมาถึงเรือสำราญ  ห้องRoyal Suitesแบบ 1 ห้องนอนมีขนาด 1,130 ตารางฟุต ส่วนแบบห้องนอน 2 ห้อง มีขนาด 1,528 ตารางฟุต ซึ่งถือว่าไม่ต่างกันมากนักห้องสวีทแต่ละห้อง จะประกอบด้วยห้องน้ำเต็มรูปแบบพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง เตียงคู่และมุมสำหรับแต่งตัว นอกจากนี้ยังมีพื้นที่รับประทานอาหารแยกเป็นสัดส่วนพร้อมด้วยเครื่องชงกาแฟอิลลีเอสเพรสโซ(Illy) ห้องนอนสองห้องมีระเบียงส่วนตัว กับห้องน้ำเต็มรูปแบบและพื้นที่นั่งเล่นพร้อมโซฟาปรับระดับได้ ระเบียงสำหรับห้องประเภท 1 ห้องนอนหนึ่งมีขนาด 129 ตารางฟุตและประกอบด้วยเก้าอี้ 2 ตัว  ส่วนระเบียงของห้องแบบ 2 ห้องนอนติดกับมีขนาดกว้าง  194 ตารางฟุต พร้อมเก้าอี้  2 ตัวเช่นกัน

ผู้ที่เข้าพักในห้องแบบ Royal Suites จะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกเหนือกว่าห้องแบบ Silver Suites ทุกอย่าง รวมทั้งอาหารค่ำฟรีสำหรับสองท่านที่ La Dame และโทรศัพท์สัญญาณดาวเทียมกับบริการโทรฟรี 2 ชั่วโมงทั่วโลก บัทเลอร์ที่ดูแลห้อง Royal Suites ก็เป็นพนักงานระดับความเชี่ยวชาญสูง ซึ่งสามารถประสานงานกิจกรรมด้าน shoreside หรือท่องเที่ยวเมืองชายฝั่ง เช่น การจองและสั่งอาหารที่ร้านบนฝั่งเพื่อจัดปาร์ตี้ในห้องพัก เป็นต้น

Grand Suite : เรือสำราญ  Silver Muse มีห้องพักแบบ Grand Suite  4 ห้องตั้งอยู่บนชั้น 8 และ 9 ซึ่งสามารถปรับแต่งเป็นพื้นที่ให้เป็นหนึ่งหรือสองห้องนอนได้  ห้อง Grand Suite บนดาดฟ้าชั้น 8 มีขนาด 1,572 ตารางฟุตพร้อมระเบียงส่วนตัวกว้าง 570 ตารางฟุตสำหรับห้องนอน 1 และ ห้องพื้นที่ 1,970 ตารางฟุตมีระเบียงส่วนตัวกว้าง 635 ตารางฟุตสำหรับ 2 ห้งอนอน  มีขนาดใหญ่กว่าห้อง Grand Suite ที่ดาดฟ้าชั้น 9 เล็กน้อย สำหรับที่ชั้น 9 ห้องมีขนาดพื้นที่ 1,475 ตารางฟุตและระเบียงส่วนตัวกว้าง 474 ตารางฟุต สำหรับ 1 ห้องนอน และ ห้องขนาดพื้นที่ 1,873 ตารางฟุตกับระเบียง 538 ตารางฟุตสำหรับ  2 ห้องนอน  ห้องพักแบบ Grand Suites ทุกห้องมีห้องนั่งเล่น พื้นที่นั่งเล่นพร้อมโซฟาที่ปรับเปลี่ยนได้ มีพื้นที่รับประทานอาหารแยกเป็นสัดส่วน และห้องน้ำที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ห้องนอนแบบ 2 ห้องนอน จะมีโต๊ะขนาดใหญ่  ระเบียงส่วนตัวของห้องแบบ Grand Suite ประกอบด้วยโต๊ะ 2 โต๊ะ เก้าอี้ 4 ตัวและเก้าอี้นั่งเล่น 2 ตัว

Owner's Suite: เป็นห้องประเภทที่หรูหราที่สุดของเรือสำราญ Silver Muse ลักษณะเป็นห้องสวีทแบบอพาร์ทเมนท์ ทั้งหมด 4 ห้องซึ่งสามารถเลือกขนาดพื้นที่ได้ ตั้งแต่  947 ถึง 1,055 ตารางฟุต พร้อมระเบียงส่วนตัวขนาด 129 ตารางฟุต หรือแบบ  2 ห้องนอน ขนาด 1,281 ถึง 1,389 ตารางฟุตและระเบียงส่วนตัวขนาด 129 ตารางฟุต  โดยสามารถทำให้ห้องพักเชื่อมต่อระหว่างกันได้ สำหรับครอบครัวและผู้ที่มาท่องเที่ยวเป็นกลุ่ม  ในห้องจะประกอบด้วยห้องนั่งเล่นพร้อมพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหารแยกเป็นสัดส่วน ห้องน้ำเต็มรูปแบบพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง เตียงคู่และห้องแต่งตัว สำหรับการเลือกห้องนอนแบบ 2 ห้อง ก็จะทำให้มีพื้นที่นั่งเล่นและห้องน้ำเพิ่มเติม ที่ระเบียงก็เชื่อมต่อกันและมีเก้าอี้ 2 ตัวโต๊ะ 2 ตัว กับเก้าอี้นั่งเล่นด้วย